ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันอังคาร(23มี.ค.)ปรับตัวลง 308 จุดด้วยเหตุว่าได้รับผลกระทบจากร่างแถลงการณ์นายพบโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวต่อที่ประชุมคองเกรสในวันนี้ ซึ่งแสดงความรู้สึกวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ต่ำลง 308.05 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 32,423.15 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ต่ำลง 30.07 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 3,910.52 จุด รวมทั้งดัชนีแนสแด็ก ต่ำลง 149.84 จุด หรือ 1.12% ปิดที่ 13,227.70 จุด
หุ้นกรุ๊ปที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ ได้แก่ สายการบิน รวมทั้งธุรกิจเรือสำราญ ต่างปรับตัวลงในวันนี้
วันนี้นับเป็นวันครบรอบ 1 ปีนับตั้งแต่ที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ทำสถิติยุบลง 30% เร็วเป็นประวัติการณ์ โดยใช้เวลาเพียง 22 วันทำการ ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
อย่างไรก็ตาม ภายหลังวันที่ 23 มี.ค.2563 ตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทก็ได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างแกร่ง โดยดัชนีดาวโจนส์รวมทั้งเอสแอนด์พี500 พุ่งมากยิ่งกว่าเดิมกว่า 75% ระหว่างที่ดัชนีแนสแด็กทะยานมากยิ่งกว่าเดิมกว่า 90%
ตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทถูกกดดันในวันนี้ จากการนายพาวเวลแสดงความรู้สึกวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ทั้งนี้ นายพาวเวลรวมทั้งนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังเก็บของสหรัฐ จะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ รวมทั้งต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ โดยทั้งสองจะแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งจุดสำคัญของการใช้แนวนโยบายทางการเงินรวมทั้งการเงินสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ร่างแถลงการณ์ของนายพาวเวลที่สื่อเผย กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างยิ่ง โดยได้แรงหนุนจากการที่ที่ประชุมคองเกรสรวมทั้งเฟดต่างก็ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังคงอยู่ไกลห่างจากคำว่า “ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์”
“การฟื้นฟูสภาพของเศรษฐกิจเกิดขึ้นรวดเร็วทันใจกว่าที่พวกเราเดาไว้ในพื้นฐาน รวมทั้งมีทิศทางที่แกร่ง ระหว่างที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคปรับตัวขึ้น รวมทั้งตลาดที่อยู่ที่อาศัยก็ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมส่วนมากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งจากมาตรการเว้นระยะห่างทางด้านสังคมนั้น ยังคงมีความอ่อนแอ รวมทั้งอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูงถึง 6.2% ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอมากกว่าคาด โดยยิ่งไปกว่านั้นอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานที่ยังคงต่ำลงยิ่งกว่าระดับก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ เศรษฐกิจยังคงอยู่ไกลห่างจากคำว่า ‘ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์’ ด้วยเหตุนั้น เฟดก็เลยจะต้องเดินหน้าใช้มาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจต่อไป ซึ่งถือเป็นสิ่งของที่มีความจำเป็น” ร่างแถลงการณ์ของนายพาวเวลระบุ
ส่วนร่างแถลงการณ์ของนางเยลเลนที่เตรียมกล่าวในวันนี้ กล่าวว่า นางเยลเลนจะแสดงความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเศรษฐกิจจะมีการขยายตัว รวมทั้งมีการจ้างงานเต็มประสิทธิภาพในปีต่อไป โดยได้ต้นสายปลายเหตุหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของผู้นำโจ ไบเดน
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะกระจายเงินบริจาคจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่กรุ๊ปที่มีความต้องการเยอะที่สุด รวมถึงธรกิจส่วนตัว ซึ่งมีผู้ประกอบกิจการเป็นสตรี รวมทั้งชาวผิวสี
ช่วงเวลาเดียวกัน กระทรวงการคลังจะลดกฎทางการ รวมถึงกฎระเบียบทางด้านเอกสาร เพื่อให้คนอเมริกันที่ตกที่นั่งลำบากสามารถเข้าถึงเงินลงทุนเพื่อรับความช่วยเหลือเกื้อกูลในด้านค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านรวมทั้งการชำระเงินกู้จำนำ
ร่างแถลงการณ์ยังกล่าวว่า นางเยลเลนจะพูดว่า กระทรวงการคลังกำลังดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลประจำรัฐ รวมทั้งรัฐบาลท้องถิ่นสำหรับการมอบเงินช่วยเหลือแก่หน่วยงานดังกล่าวปริมาณ 3.5 แสนล้านดอลลาร์