ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก “เวสต์บรอมวิช” พบ “ลิเวอร์พูล”

ball1

เกมพรีเมียร์ลีกตอนโค้งสุดท้ายของฤดู เวสต์บรอมวิช ที่ตกชั้นไปแล้ว เปิดบ้านเจอ ลิเวอร์พูล ที่กำลังลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก
เวสต์บรอมวิช เจ้าของบ้าน เกมนี้ปรับ 2 จุด ถึงแม้ได้ เอนสลี่ย์ เมโทแลนด์-ไนล์ส ที่เกมแพ้ อาร์เซน่อล ติดกฏห้ามลง แม้กระนั้นก็เป็นแค่สำรองแค่นั้น ฮัล ร็อบสัน คานู ได้ออกสตาร์ตในแนวรุก
ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมแดงเดือด โดย เคอร์ว่ากล่าวส โจนส์ สตาร์ตดินแดนกึ่งกลางแทน จอร์จินิโอ ไวจ์ที่นาดุม รวมทั้ง ซาดิโอ มาเน่ กลับมามีชื่อในแนวรุกแทน ดิโอเก๋ โชต้า ที่เจ็บกระดูกเท้าหมดสิทธิ์ลงเกมที่เหลือแล้ว
เกมผ่าน 10 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เหนือกว่า และก็มีลุ้นช่องทางได้ลุ้นแม้กระนั้น ว่ากล่าวอาโก้ อัลคานทาร่า ยิงไปไถลผู้เล่นเวสต์บรอมวิช ได้เพียงแตะมุมเท่านั้น
GOAL….!!!
นาทีที่ 15 ฮัล ร็อบสัน คานู มาทำแต้มแรกในลีก หลังได้บอลก่อนพาเข้าไปในเขตโทษ รวมทั้งยิงหนีมือ อลิสซง เข้าไป เวสต์บรอมวิช ขึ้นนำ 1-0

CHANCE….!!!
นาทีที่ 24 จากจังหวะประสานงานกันงาม ว่ากล่าวอาโก้ ได้บอลไปเกือบจะสุดเส้นก่อนตบมาให้ ซาดิโอ มาเน่ ยิงแบบไม่จับหลุดเสาไปอย่างโชคร้าย
GOAL….!!!
นาทีที่ 33 ซาดิโอ มาเน่ จิ้มแม้กระทั่ง โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ยิงด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับบอลทิ่มมุมเข้าไป ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 1-1รวมทั้งนับว่าเป็นประตูที่ 22 ของดาวเตะกลุ่มชาติอิยิปต์เทียบเท่ากับ แฮร์รี่ เคน ในลีกฤดูนี้

OFF THE BAR….!!!
นาทีที่ 35 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสแซงนำ เมื่อ โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้ยิงแม้กระนั้นบอลไปชนคานกระเด้งออกมาอย่างโชคร้าย

ช่วงท้ายครึ่งแรก เวสต์บรอมวิช บากบั่นเร่งเครื่อง แม้กระนั้นก็ทำได้แค่จังหวะเฉี่ยวไปมา จบ 45 นาทีแรก ยังเสมอ 1-1
OFFSIDE
กลับมาครึ่งหลังนาทีที่ 49 ถึงแม้ มาเน่ จะชาร์จ เข้าไปแม้กระนั้นผู้ช่วยผู้ตัดสินก็ยกธงขาวให้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
CHANCE….!!!
นาทีที่ 57 โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ได้พาเข้าเขตโทษ ไปยิงที่เสาแรก แม้กระนั้นยังติด แซม จอห์นสตัน ที่มาปิดมุมเซฟเอาไว้ได้
NO GOAL?!
นาทีที่ 71 ไคล์ บาร์ทลี่ย์ แม้ว่าจะยิงเข้าไป แม้กระนั้นไม่ได้ประตูเพราะว่าผู้ตัดสินเช็ค VAR รวมทั้งมองว่า แม็ตต์ ฟิลลิปส์ ไปบังการเล่นของ อลิสซง

GOAL….!!!
เกมทำท่าว่าจะจบด้วยผลเสมอถึงแม้ ลิเวอร์พูล จะบากบั่นบุกอย่างมาก แม้กระนั้นนาทีสุดท้ายตอนทดเจ็บ 90+5 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูชัย จาก อลีสซง ที่เพิ่มเติมขึ้นมาโหม่งลูกเตะมุมเข้าไป ทำให้ ลิเวอร์พูล บุกมาคว้า 3 แต้มสำคัญ ยังมีหวังเต็มตัวสำหรับการลุ้นชั้น 4 รวมทั้งช่องทางโควต้าลุ้นตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ใน 2 เกมที่เหลือ