“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หยุดสถิติปราชัยไว้แค่ 2 เกมรวด เอาชนะ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-2 ด้วยแฮตทริกของ ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมยอง ดาวยิงกัปตันกลุ่ม ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2020-21 นัดที่ 24
อาร์เซนอล 4-2 ลีดส์ฯ

ไม่เกล อาร์เตตา ที่ปรึกษา อาร์เซนอล ดร็อป อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ นั่งสำรอง ส่ง ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมยอง ยืนดาวยิง ติดต่อประสานงาน บูกาโย ซากา แล้วก็ เอมิล สมิธ-โรว์ ต้อนรับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่มี แพทริค กางมฟอร์ด เป็นความหวังแดนหน้า

เกมเปลี่ยนกันรุกแล้วก็รับ จนกระทั่งนาที 13 อาร์เซนอล ขึ้นนำ 1-0 ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมยอง เลี้ยงจี้ทางซ้าย โยกหลบ ลุค เอย์ลิง แล้วยิงเบียดเสาแรก ต่อมานาที 39 บูกาโย ซากา วิ่งกดดัน อิลลัน เมสลิเยร์ นายทวาร แล้วก็ถูกเตะล้มลง โอบาเมยอง ฆ่าจุดลูกโทษ หนีไปเป็น 2-0

สกอร์ไหลเป็น 3-0 นาที 45 ดานี เซบายอส จ่ายบอลลอดขา มาเตอุสซ์ คลิช ให้ เฮคโคนร์ เบเยริน แบ็กขวา ยิงยัดมุมแคบ เริ่มครึ่งหลัง ลีดส์ ยูไนเต็ด อาการเสื่อมโทรมนาที 47 เฮลเดอร์ คอสตา ตัวสำรอง ทิ่มอลแดนหลัง เอมิล สมิธ-โรว์ ตักมาเสาสองให้ ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมยอง โหม่งจ่อๆตามหลัง 0-4

leeds

กลุ่มของ มาร์เซโล บิเอลซา จุดประกายความมุ่งหวัง นาที 58 ราฟินญา เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายให้ ขว้างสค้างล สเตราจ์ก โขกเต็มหน้าผาก ไล่มาเป็น 1-4 แล้วก็ นาที 69 ไทเลอร์ โรเบิร์ตส หักจากสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ เฮลเดอร์ คอสตา แปตรงเสาแรก ตีตื้นเหลือ 2-4

“เดอะ กันเนอร์ส” หวุดหวิดตอกฝาหีบศพนาที 76 กรานิต ชากา ไหลตามน้ำให้ ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมยอง แปด้วยขวาเน้นย้ำๆชนสามเหลี่ยมเสาแรก จบเกม อาร์เซนอล กลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ หลังแพ้ วูล์ฟสฯ กับ แอสตัน วิลลา มี 34 แต้ม ขยับขึ้นอันดับ 10 ส่วน ลีดส์ฯ มี 32 แต้ม เหมือนเดิม ร่วงอันดับ 11

leed1

รายชื่อ 11 ตัวจริง

อาร์เซนอล : กางร์นด เลโน, กาเบรียล มากัลเญส, ดาวิด ลุยซ์, เซดริค โซอาเรส, เฮคโคนร์ เบเยริน, มาร์ติน โอเดการ์ด, กรานิต ชากา, ดานี เซบายอส, ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมอริค โอบาเมยอง, บูกาโย ซากา, เอมิล สมิธ-โรว์
ลีดส์ฯ : อิลลัน เมสลิเยร์, เลียม คูเปอร์, ขว้างสค้างล สเตราจ์ก, มาเตอุสซ์ คลิช, เอซเกอยาน อลิออสกี, ลุค เอย์ลิง, เจมี แช็คเกิลตัน, สจวร์ต ดัลลัส, แจ็ค แฮร์ริสัน, ราฟินญา, แพทริค กางมฟอร์ด